เกิดเป็นนักธุรกิจ ต้องคิดเรื่องกฎหมาย(จดทะเบียนธุรกิจ)

เรื่องปวดหัวเรื่องหนึ่งของชาว Start up ก็น่าจะเป็นการจดทะเบียนให้ธุรกิจของตัวเอง จะมีกิจการเป็นของตัวเองทั้งทีถ้าไม่จดทะเบียนให้เป็นเรื่องเป็นราวก็กระไรอยู่ใช่ไหมคะ วันนี้ ขอพาไปทำความเข้าใจแบบทิ้งภาษากฎหมายไปก่อน เริ่มกันเลยค่ะว่าที่นักธุรกิจทุกท่าน 

เราจะอธิบายในกรอบของ 3 เรื่องค่ะ คือ 1 จำนวนคน 2 ความรับผิดชอบต่อหนี้ และ 3 เรื่อบัญชีและภาษี ฟังแล้วอย่าเพิ่งท้อค่ะ

เริ่มต้นจากตัวเราก่อน เรานี่เป็นบุคคลใช่ไหมค่ะ วันนี้เราจะไม่ใช่บุคคลธรรมดาอีกต่อไป เราจะเริ่มต้นธุรกิจ แบบที่ว่า ทำคนเดียว คิดคนเดียว รวยคนเดียวค่ะ จดทะเบียนเป็น “ธุรกิจบุคคลธรรมดา” ค่ะ รับผิดชอบเองหมด ค่าใช้จ่ายละหนี้สิน ส่วนเรื่องบัญชี ไม่มีกฎหมายบังคับนะคะ เราเป็นคนธรรมดา ถ้าเราไม่ทำบัญชีตำรวจไม่จับค่ะ แต่จนนะคะ ไม่ได้บังคับให้ทำแต่ควรทำค่ะ วิธีนี้ไม่นิยมจดเท่าไหร่เพราะจ่ายภาษีเท่าบุคคลธรรมดาเลยค่ะสูงสุดที่  37%

เท่ขึ้นมาอีกนิดค่ะ มีคนร่วมลงทุนด้วยแล้ว กับเพื่อน, แฟน, ญาติพี่น้อง รวมกันแล้วได้ 2 คนขึ้นไป จดเป็น ”ห้างหุ้นส่วน” สิ่คะ เพื่อความชัดเจนในการทำงาน  ห้างหุ้นส่วนนี้ก็แบ่งเป็น 2 แบบค่ะ ห้างหุ้นส่วนสามัญ & ห้างหุ้นส่วนจำกัด นี้พูดกันเรื่องการรับใช้หนี้ค่ะ ง่ายๆก็คือถ้าห้างหุ้นส่วนจำกัดนี่นะ เกิดบริษัทเจ๊งมีหนี้สิน ผู้เป็นหุ้นส่วนมีหน้าที่จ่ายหนี้เป็นสัดส่วนเท่ากับหุ้นที่ตัวมีอยู่ ต่างคนต่างรับผิดชอบส่วนของตัวเองไป เรื่องการเสียภาษี กรณีนี้จ่ายภาษีเพียง 15-30% ขึ้นกับอัตรากำไร (ถ้าไม่มีกำไรก็ไม่ต้องเสียภาษีด้วยนะ)แต่ ถ้าห้างหุ้นส่วนสามัญ นี้ประมาณว่า เอามาให้หมด จ่ายหนี้แทนบริษัทมานะ จนกว่าบริษัทจะหมดหนี้นั้นแหละ เสียภาษีเหมือนบุคคลธรรมดาเลยนะ 37% แต่ถ้าจดเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด จะ ถ้าเลือกจะจำกัดหนี้ เราก็ไม่สามารถลงนามตัดสินใจบริหารได้นะ แฟร์ๆกันไป

อีกแบบบหนึ่ง ที่เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางไปถึงขนาดใหญ่ (เล็กๆก็ได้ เพียงแต่มีความซับซ้อนกว่าแบบห้างหุ้นส่วนที่เล่าไปแล้วเล็กน้อย การจดทะเบียนเป็น บริษัท” มีกฎเกณฑ์เบื้องต้นที่ต้องรู้หากอยากจดก็คือ  1. ต้องมีหุ้นส่วน 3 คนขึ้นไปค่ะ 2. ต้องแบ่งมูลค่าทุนออกเป็นหุ้นค่ะ เช่น A,B และ C (3 คนขึ้นไปแล้ว) ร่วมกันนำธุรกิจที่ทำไปจดทะเบียนบริษัท กำหนดทุน 100,000 บาท แบ่งเป็น 100 หุ้น หุ้นละ 1,000 บาท (มูลค่าหุ้นห้ามต่ำกว่านะ 5 บาทนะ) แล้วผู้ถือหุ้นคนไหนถือกี่หุ้นก็ทำหนังสือประกอบไปให้เรียบร้อย เป็นต้นค่ะ

พอได้เห็นภาพรวมการจดทะเบียนประเภทต่างๆกันไปแล้ว หวังว่าจะขจัดความงงและเคว้งคว้างให้บรรดา startup ทั้งหลายไม่มากก็น้อย เกิดเป็นนักธุรกิจ ต้องคิดเรื่องกฎหมาย ไหนจะบัญชี ภาษี ก็ต้องศึกษา อย่าไปมองเป็นเรื่องเครียดค่ะ ไม่ต้องทำเป็นเองทั้งหมด แต่ต้องรู้เรื่องครอบคลุม

เป็นกำลังใจให้นะคะทุกคน

Yessie,

Recommend to friends
  • gplus
  • pinterest